ต้อหิน ไม่ใช่โรคคนแก่ ใครๆก็เป็นได้

ต้อหิน ไม่ใช่โรคคนแก่ ใครๆก็เป็นได้ : ศูนย์ดูแลผู้สุงอายุ เพอร์เฟคแคร์
 
โรคต้อหินเป็นโรคตาที่พบค่อนข้างบ่อยในผู้สูงอายุ  แต่คนที่ใช้สายตากับคอมพิวเตอร์มากๆ หรือจ้องหน้าจอโทรศัพท์มือถือนานๆ 

ใช้สายตาในที่มืดบ่อยๆ ก็อาจทำให้เป็นโรคต้อหินได้เช่นกัน

 

ต้อหิน (Glaucoma) คือ  โรคที่เกิดจากเซลล์ประสาทตาถูกทำลายส่งผลให้มีการสูญเสียลานสายตา
และเกิดการเปลี่ยนแปลงของขั้วประสาทตา

ทำไมจึงเรียกว่า “ต้อหิน  เพราะส่วนมากโรคต้อหินเกิดจากการมีภาวะความดันลูกตาสูง และถ้ามีความดันลูกตาสูงมากๆ  ลูกตาของเราจะแข็งกว่าปกติถ้าใช้นิ้วคลำดูจะรู้สึกเหมือนมีหินอยู่ข้างใน แต่ไม่ได้มีก้อนเนื้อที่คล้ายหินอยู่ในลูกตาจริงๆเหมือนที่ผู้ป่วยหลายคนเข้าใจ

ความดันลูกตาสูงเกิดจากอะไร  มักจะเกิดจากความผิดปกติของการระบายของเหลวใสที่ลูกตาผลิตขึ้นมาภายในช่องหน้าของลูกตา เพื่อจะระบายออกไปทางมุมตาเป็นการปรับความดันในลูกตาให้สม่ำเสมอ และคงรูปของลูกตาไว้

 

ปัจจัยเสี่ยงในการเกิดต้อหิน

- มีประวัติเป็นต้อหินในครอบครัวโดยเฉพาะพ่อ แม่ พี่น้อง
- อายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป
- เป็นความดันโลหิตสูง เบาหวาน หลอดเลือดเล็กอักเสบเรื้อรัง
- เป็นโรคไมเกรน สายตาผิดปกติเช่นสายตาสั้นมากๆ หรือยาวมากๆ
- ใช้สายตาหนักในการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ / โทรศัพท์มือถือ หรือแม้แต่การอ่านหนังสือในที่ๆแสงสว่างไม่เพียงพอ
- เคยได้รับอุบัติเหตุที่กระทบต่อลูกตาโดยตรง
- มีประวัติเสียเลือดมากจนช็อค
- สูบบุหรี่เป็นประจำ

 

วิธีป้องกันการเกิดต้อหิน

- หากอยู่ในกลุ่มเสี่ยงควรตรวจสายตากับจักษุแพทย์อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
- เมื่อมีอาการควรรีบปรึกษาจักษุแพทย์ เพื่อตรวจวินัจฉัย หากเป็นจะได้เข้ารับการรักษาเพื่อหยุดการดำเนินโรค
- ผู้ที่ต้องใช้สายตามากๆควรจะหยุดพักสายตาทุก 1 ชั่วโมง เช่นการมองออกไปไกลๆ
- หลีกเลี่ยงการใช้สายตาในที่ๆแสงสว่างไม่เพียงพอ 

 

การรักษาโรคต้อหิน  มี 3 วิธีคือ

1.   รักษาด้วยยา  ส่วนใหญ่เป็นยาหยอดตา บางรายอาจพิจารณาให้ยารับประทานร่วมด้วย
2.   รักษาด้วยแสงเลเซอร์ เป็นวิธีที่ง่าย ใช้เวลาไม่นาน สามารถรักษาแบบผู้ป่วยนอกได้ ผลการรักษาขึ้นอยู่ กับชนิดของต้อหิน มักใช้ยารักษาควบคู่กันไป
3.   รักษาด้วยการผ่าตัด มักจะทำเมื่อรักษาด้วยยากับเลเซอร์ไม่ได้ผล ขึ้นอยู่กับชนิดของต้อหิน และความ รุนแรงของโรค  รวมทั้งโรคอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เช่น ต้อกระจก เป็นต้น

 

จะดูแลผู้ป่วยต้อหินอย่างไร

- ถ้าผู้ป่วยสูญเสียลานสายตาไปมาก หรือมีการมองเห็นที่ลดลงมากแล้ว ผู้ดูแลผู้ป่วยควรช่วยฝึกให้ผู้ป่วยใช้ประสาทสัมผัสส่วนอื่นให้มากขึ้น เช่น การคลำ การจัดวางข้าวของในบ้านให้เป็นระเบียบ ฝึกหยิบของตามเข็มนาฬิกา จัดห้องให้มีแสงสว่างเพียงพอ จัดหาของใช้ที่สีสดใส เพื่อลดปัญหาการเกิดอุบัติเหตุจากการมองไม่เห็น
- ควรดูแลให้ผู้ป่วยได้รับยาตามเวลา เพื่อควบคุมระดับความดันลูกตา
- ไปตรวจตามแพทย์นัด และไปพบแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติ

 

โรคต้อหินเป็นโรคเรื้อรัง การรักษาเพื่อยับยั้งเซลล์ประสาทตาไม่ให้สูญเสียมากไปกว่านี้ ส่วนเซลล์ประสาทที่สูญเสียไปแล้วนั้นไม่สามารถทำให้กลับคืนสภาพเดิมได้ ฉะนั้นเราควรจะดูแลลูกตาไม่ให้ทำงานหนักมากเกินไป และหากมีอาการผิดปกติทางสายตามาก ปวดไมเกรนเรื้อรัง หรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยง ควรจะเข้ารับการตรวจจากจักษุแพทย์สม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการรุกรามของโรคซึ่งอาจทำให้ตาบอดได้ในที่สุด

 

บ้านพักดูแลผู้สูงอายุ ศูนย์ดูแลผู้ป่วย ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ บ้านพักดูแลผู้สูงอายุ ศูนย์ดูแลผู้ป่วยรื้อรังศูนย์ดูแลคนชรา บ้านบางแค อัลไซเมอร์ เฝ้าไข้ พยาบาลผู้สูงอายุ สถานที่พักฟื้นคนชรา ดูแลผู้สูงอายุ บ้านพักคนชรา ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ฝากเลี้ยงคนชรา รับดูแลคนชรา รับฝากเลี้ยงคนชรา สถานพักฟื้นคนชรา ผู้ช่วยพยาบาลพยาบาล สถานพยาบาลผู้สูงอายุ สถานพยาบาลคนชรา บริการฝากเลี้ยงคนชรา บริการฝากเลี้ยงผู้สูงอายุ รับดูแลผู้สูงอายุ รับดูแลผู้ป่วยสูงอายุ บ้านพักผู้ป่วยสูงอายุ รับฝากเลี้ยงผู้ป่วยสูงอายุ   
Visitors: 50,078